อย่าเป็นเหยื่อความสงสาร!!! เตือนคนไทยเที่ยวเนเธอร์แลนด์ ให้สุขแก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว

อย่าเป็นเหยื่อความสงสาร!!! เตือนคนไทยเที่ยวเนเธอร์แลนด์ ให้สุขแก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
ด้านนักธุรกิจไทยที่ตกเป็นเหยื่อบอกว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากที่สุด คือ วีซ่าระยะยาวรับเข้าสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และอเมริกา“ต้องเสียเวลาอีกเท่าไรไม่รู้ เพื่อไปขอวีซ่า 10 ปี เข้าประเทศเหล่านั้น และไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่”
นักท่องเที่ยวไทยสูญเงินนับแสนบาท ทั้งพาสปอร์ตและวีซ่าในเนเธอร์แลนด์ หลังถูกแกงค์ลักทรัพย์หลอก ทำทีจักรยานล้ม พอเข้าช่วย ฉกเป้หนี เจ้าหน้าที่กงสุลไทยเตือนคนไทยอย่าเป็นเหยื่อความสงสาร
เมื่อเย็นวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ ตลาดดอกไม้ (Floating Flower Market) ซึ่งตั้งอยู่เลียบคลองซิงเกล (Singel) ในกรุงอัมสเตอร์ดัม กลุ่มนักท่องเที่ยวไทย 5 คน กำลังนั่งอยู่บนม้าหินยาว ถ่ายวิดีโอในบริเวณดังกล่าว มีชายผู้หนึ่งขี่จักรยานมาที่กลุ่มคนไทยแล้วล้มลง กลุ่มคนไทยจึงเข้าให้ความช่วยเหลือ
แต่ชายคนดังกล่าวกลับรั้งหนึ่งในคนไทยที่เข้าไปช่วย และเมื่อหันหลังมาพบว่ากระเป๋าสะพายหลังที่วางอยู่บนม้าหินหายไปแล้ว

กระเป๋าดังกล่าวเป็นของนักธุรกิจไทยคนหนึ่ง ประกอบด้วยเงินสด 1500 ยูโร และ 1500 ปอนด์ (รวมมูลค่าราว 1.3 แสนบาท) ไอแพด 1 เครื่อง พาสปอร์ตไทย 2 เล่ม พร้อมวีซ่าระยะยาวของสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และ กลุ่มประเทศเชงเก้น
นักธุรกิจผู้นี้ต้องไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยในเนเธอร์แลนด์ ออกพาสปอร์ตชั่วคราวให้ ต้องเปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง และกลับประเทศไทยก่อนกำหนด
– ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวไทยในลอนดอนปลอมเป็นตร.ขอค้น แล้วเชิดเงิน
– รักษาวิทยานิพนธ์สุดชีวิต
“อันนี้เป็นเบสิกทริกมาก…เราสะเพร่ามากที่วางกระเป๋าไว้…เราไปแจ้งความตำรวจ ทั้งที่รู้ว่าไม่ได้ของคืน… ตำรวจบอกมีคนโดนประจำที่นี่ มาเป็นทีม” นักธุรกิจไทยผู้ขอสงวนนามรายนี้ กล่าวกับ บีบีซีไทย
“บทเรียนของเหตุการณ์นี้คือ ต่อไปต้องไม่พกเงินสดมากๆไปต่างประเทศ พกแค่บัตรเครดิต 2 ใบ แยกที่เก็บบัตรสองที่ ถ้าบัตรหนึ่งหาย อีกบัตรก็ยังใช้ได้”
น้ำใจนำภัยสู่่ตัว
นายศุภทัศน์ แสงวัชร เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในแผนกกงสุล สถานเอกอัครราชทูตไทยในเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยกับ บีบีซีไทยว่า เหตุชิงทรัพย์ที่ตลาดดอกไม้นี้เกิดขึ้นเป็นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลดอกไม้บาน คือ เมษายน และ พฤษภาคม ที่มีนักท่องเที่ยวมาจำนวนมาก
กลุ่มคนร้ายที่มีทุกเชื้อชาติมักเลือกชาวเอเชียเป็นเหยื่อ เนื่องจากชาวเอเชียมีน้ำใจ ชอบให้ความช่วยเหลือ และนิยมพกเงินสดคราวละมากๆมาเที่ยวในยุโรป แต่การชิงทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นช่วงเผลอ หรือ ไม่ระวังตัว ไม่ใช่การจี้ซึ่งหน้า
หลากรูปแบบ
นอกจากการทำทีเป็นรถจักรยานล้มแล้ว มิจฉาชีพอาจทำทีให้คนหนึ่งกางแผนที่ถามทาง แล้วอีกคนมาชิงทรัพย์ หรือ แกล้งทำเหรียญหล่นกระจาย ให้เหยื่อช่วยเก็บ แล้วล้วงเอาทรัพย์สินมีค่าของเหยื่อไป
“ทางเราแจ้งนักท่องเที่ยวเสมอว่าอาจต้องแล้งน้ำใจบ้าง เวลาเกิดเหตุการณ์ ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง กระจายตัวออก ไม่จับกลุ่มกัน จะทำให้เห็นภาพรวมว่า มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง” นายศุภทัศน์ซึ่งช่วยประสานงานให้ความช่วยเหลือแก่นักธุรกิจไทยที่เป็นเหยื่อ กล่าวเสริม
นอกจากนี้ บนขบวนรถไฟจากเบลเยียมเข้าเนเธอแลนด์ จะพบกลุ่มมิจฉาชีพมาทำทีเป็นเคาะกระจกรถไฟถามทาง พอเหยื่อละความสนใจจากทรัพย์สินของตัวเอง สมาชิกอื่นๆของแกงค์จะฉวยกระเป๋าเดินทางหรือกระเป๋าสะพายไป
อาหารเช้า อย่าเฝ้ากระเป๋าคนเดียว นายศุภทัศน์ กล่าวอีกว่า เขาแนะนำคณะทัวร์ไทยเสมอว่า ในช่วงอาหารเช้าของโรงแรม ห้ามฝากกระเป๋าสะพายหลายใบไว้กับคนเพียงคนเดียว เพื่อจองโต๊ะอาหาร เพราะ มิจฉาชีพเหล่านี้ แฝงตัวเข้ามาในโรงแรม เฝ้ามองอยู่ และพร้อมที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของคนเฝ้า เพื่อลักทรัพย์ได้อย่างน้อย ปีละ 30 คดี

จากสถิติของฝ่ายกงสุลของสถานทูตไทยในเนเธอร์แลนด์พบว่า มีคนไทยที่มาขอออกหนังสือเดินทางชั่วคราว เพราะ สูญหายเนื่องจากถูกลักทรัพย์ราวปีละ 30 ราย ไม่นับรวมถึงเหยื่อที่ถูกลักทรัพย์แต่พาสปอร์ตไม่สูญหาย
“ขอแนะนำว่า อย่านำพาสปอร์ตใส่กระเป๋า แต่ขอให้พกติดตัวเสมอ ส่วนเงินสด ขอให้กระจายกันพก และกระจายกระเป๋าใส่” นายศุภทัศน์ กล่าว และเสริมว่า หากคนไทยในเนเธอร์แลนด์ และคนไทยที่เดินทางมาเนเธอร์แลนด์เป็นการชั่วคราว ที่ประสบความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่หมายเลข +316 2366-9832
ด้านนักธุรกิจไทยที่ตกเป็นเหยื่อบอกว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากที่สุด คือ วีซ่าระยะยาวหรับเข้าสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และอเมริกา “ต้องเสียเวลาอีกเท่าไรไม่รู้ เพื่อไปขอวีซ่า 10 ปี เข้าประเทศเหล่านั้น และไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่”
ขอบคุณรูปภาพจาก Google
ที่มา http://www.bbc.com/thai/thailand-41355459?SThisFB

Facebook Comments

67total visits,1visits today