คุณอ้วนลงพุงอยู่หรือเปล่า??

ว่าด้วยเรื่อง…พุง (สสส)

กินผัก แล้วไปวิ่งซะ !!!ต้องดู !!คลิปนี้ อธิบายเรื่อง "พุง" ได้เข้าใจง่าย และ เห็นภาพฝุดๆขอบคุณ คลิปดีๆ จาก สสส. ครับ

Posted by Jones Salad on Sunday, March 13, 2016

เกณฑ์การวินิจฉัยอ้วนลงพุงคือ การมีเส้นรอบพุงมากกว่าครึ่งหนึ่งของส่วนสูงของตนเอง * มีสูตรคำนวณง่าย ๆ คือ เส้นรอบพุง = ส่วนสูง / 2 เช่น ถ้าสูง 160 ซม.ก็จะได้เส้นรอบพุงเท่ากับ 160 หาร 2 คือ 80 ซม. นั่นเอง

วิธีวัดเส้นรอบพุง 

  1. อยู่ในท่ายืน เท้าทั้งสองข้างห่างกันประมาณ 10 ซม.
  2. ใช้สายรัดวัดรอบพุงโดยผ่านสะดือ
  3. วัดในช่วงการหายใจออก (ท้องแฟบ) โดยให้สายวัดแนบกับลำตัวไม่รัดแน่น
  4. ให้ระดับของสายวัดที่วัดรอบเอววางอยู่ในแนวขนานกับพื้น

ผู้ที่อ้วนลงพุงจะมีไขมันในช่องท้องมาก ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ที่สำคัญยังทำให้กรดไขมันอิสระซึมเข้าสู่กระแสเลือด แล้วเดินทางไปสะสมยังกล้ามเนื้อตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง เป็นต้น

ทำอย่างไรให้หน้าท้องลด ? เช่นเดียวกับการลดน้ำหนัก การลดหน้าท้องเป็นสิ่งที่ทำได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองไม่กี่ข้อ เพียงแต่ต้องใช้ความอดทนและพยายามเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนออกกำลังกาย ไม่ว่าการเดิน วิ่ง หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ก็ถือว่าเป็นการช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่ไขมันที่พุง เพียงแต่ต้องทำอย่างกระฉับกระเฉง จนถึงระดับที่มีเหงื่อออก หายใจหอบ และหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติจึงจะเห็นผล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าควรออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายด้วยการวิ่งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 75 นาที นอกจากนั้น ควรมีการออกกำลังกายแบบยืดกล้าม เนื้อ(Straightening Exercise) สัปดาห์ละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย เพื่อหน้าท้องที่ลดลงแถมด้วยสุขภาพดี ๆ ตามมา

เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทาน อาหารเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและกำจัดหน้าท้อง ควรหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวที่มักพบในเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันสูงจำพวกชีส เนยแข็ง รวมถึงเนื้อสัตว์แปรรูปทั้งหลาย ให้รับประทานไขมันที่มาจากปลา ถั่ว หรือน้ำมันพืชทดแทน ส่วนอาหารประเภทโปรตีนควรเลือกที่มีไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลาหรือผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ และเน้นอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างผัก ผลไม้ และธัญพืช ควรเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ทั้งนี้ควรกำหนดปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวันไม่ให้มากเกินไปด้วย

ผ่อนคลายจากความเครียด ความเครียดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การกำจัดไขมันที่พุงเป็นเรื่องยากแสนยาก เพราะนอกจากความเครียดจะส่งผลให้อยากอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูงแล้ว ฮอร์โมนจากความเครียดที่ชื่อว่าคอร์ติซอล ยังอาจไปเพิ่มไขมันที่เกาะตามร่างกายและทำให้เซลล์ไขมันใหญ่ขึ้น เมื่อเกิดความเครียดจึงควรผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมสังสรรค์กับเพื่อนหรือครอบครัว และควรพูดคุยปรึกษากับผู้อื่นเพื่อระบายความทุกข์ใจบ้างเป็นครั้งคราว

นอนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนไม่เต็มที่อาจส่งผลให้อ้วนลงพุงได้โดยไม่รู้ตัว งานวิจัยหนึ่ง เปรียบเทียบภาวะอ้วนลงพุงโดยแบ่งการทดลองเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่นอนวันละ 6-7 ชั่วโมง วันละน้อยกว่า 5 ชั่วโมง และวันละ 8 ชั่วโมงขึ้นไป พบว่าผู้ที่นอนหลับพักผ่อนวันละ 6-7 ชั่วโมงจะมีการเพิ่มขึ้นของไขมันในช่องท้องน้อยลงยาวนานมากกว่า 5 ปี ซึ่งก็สอดคล้องกับที่สถาบันสาธารณสุขแห่งอเมริกาแนะนำว่าเวลานอนของผู้ใหญ่ที่เหมาะสมนั้นควรอยู่ที่คืนละ 7-8 ชั่วโมง

Facebook Comments

174total visits,1visits today