“ที่นี่ประเทศไทย….เตือนใจตัวเองและคุมสติให้จงดีท่านนายก ผู้นำ กับ ผู้มีอำนาจ นั้นแตกต่างกัน!!

“ที่นี่ประเทศไทย….เตือนใจตัวเองและคุมสติให้จงดีท่านนายก ผู้นำ กับ ผู้มีอำนาจ นั้นแตกต่างกัน

เหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 พย.60 คงทำลายคะแนนเสียงของนายกให้เป็นขาลงได้อีก พี่โยไม่บังอาจไปสอนนายก แค่อยากแนะนำในฐานะคนไทยด้วยกัน

นายกออกมาขอโทษเรื่องเมื่อวาน บอกว่าเหนื่อยและเครียดจากงานหนัก ก็เลยอยากให้นายกเปรียบเทียบสิ่งที่ทำกับสิ่งที่ในหลวงทรงทำ ในหลวงทรงงานหนักมาถึง 70 ปี โดยไม่มีอำนาจในมือมากมายอย่างนายก ปัญหาและอุปสรรคจากงานของในหลวงย่อมต้องหนักกว่านายกมากมายนัก แต่เราไม่เคยเห็นในหลวงตวาดหรือพูดจาไม่ดีกับประชาชนของท่านเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่ในหลวงเป็นเจ้าของแผ่นดินแต่พระองค์ท่านกลับนั่งลงกับพื้น ค้อมพระองค์ลงฟังปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน ท่านรับฟังทุกปัญหา จดจำข้อมูล แล้วนำมาศึกษาวิเคราะห์ มอบหมายให้องคมนตรี และผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านรับไปแก้ไขหาคำตอบที่ถูกต้องและดีที่สุด ที่ประชาชนยอมรับได้มากที่สุดก่อนจะนำมาบอกและทำสิ่งดีๆ นั้นให้ประชาชน ตลอดพระชนม์ชีพจึงมีแต่คนรักในหลวง ในหลวงเสด็จที่ไหนจึงมีแต่คนอยากมาเฝ้าอยากมาเล่าปัญหาให้พระองค์ท่านฟัง เพราะเขารู้ว่าในหลวงจะรับฟังปัญหาอย่างตั้งใจและจริงใจที่แก้ไขให้ เพราะในหลวงยึดมั่นกับคำกล่าวแรกในการขึ้นครองราชสมบัติว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

การเสด็จเยี่ยมราษฎรของในหลวง จึงต่างกับการทำหน้าที่ใน ครม.สัญจรของนายกซึ่งท่านจะฟังแต่ข้อมูลของข้าราชการที่เตรียมการไว้ให้ในมุมมองด้านเดียว คือ ด้านของคนเป็นผู้ปกครอง พี่โยรู้ว่านายกมีเนื้อแท้ของความเป็นคนดีที่มากกว่าด้านไม่ดี และรักในหลวงยิ่งนัก

ดังนั้น ขอจง “หยุด และฟังเสียงของประชาชนก่อน ท่านต้องให้ประชาชนพูดปัญหาของเขา ไม่ใช่ท่านพูดในสิ่งที่ท่านอยากพูดให้ประชาชนฟัง” จงทบทวนบทบาทฐานะของตัวเองใหม่ หากยึดกระแสพระราชดำรัสของในหลวง และน้อมนำทำเช่นเดียวกัน ท่านจะบริหารบ้านเมืองได้อย่างสัมฤทธิ์ผลและมีแต่คนรัก มีแต่คนให้ความร่วมมือฝ่าฟันเรื่องยากไปด้วยกัน

เมืองไทยเรามาไกลกว่าจะหวนกลับไปในยุคทหารเผด็จการครองเมืองแล้ว แม้เราจะยังไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ยังหาพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ดีไม่ได้ แต่คนไทยก็ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย หรือไอ้เณรในค่ายทหาร เราคิดได้ เรามีอิสระที่จะพูดจะทำตามกรอบกฎหมาย นายกต้องไม่ลืมข้อนี้ ในขณะที่นายกขาดสติ ก้าวร้าว ใช้อำนาจ

ท่านลองมองดูสิ่งที่พี่ตูนอาทิวราห์ทำ เป้าหมายคือจะแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของชาติในมุมที่เขาทำได้ เขาใช้ความรัก ความอ่อนน้อมถ่อมตน และอ่อนโยนเป็นหลัก เขาอดทนอดกลั้นต่อความยาก ความลำบาก และอุปสรรคทั้งหลายเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จผล ทำไมเขานำให้คนไทยทุกเชื้อชาติศาสนามาสามัคคีกัน ยิ้มได้และมีความสุขร่วมกันได้ นายกไม่จำเป็นต้องก้มตัวไหว้ประชาชนขนาดพี่ตูนหรอกนะ แค่ยิ้มให้มาก ฟังให้มาก พูดแย่ๆ ให้น้อยลง และอย่าทำงานคนเดียว หาทีมช่วยงานที่เป็นคนดีและคนเก่ง อย่าฟังแต่เสียงคนรอบข้างที่เลือกมาเพราะเขาเป็นเพื่อน เป็นลูกน้องที่ตามกันมา ท่านต้องแน่ใจว่าคนที่ท่านเลือกเหล่านี้จะไม่หาประโยชน์ตนมากกว่าประโยชน์ประเทศชาติ ฝากไว้นะคะท่านนายก การเป็นผู้บริหารย่อมขอโทษได้ แต่ขอโทษพร่ำเพรื่อแล้วไม่แก้ไขเขาเรียกว่า …แก้ตัว”

เพื่อนรุ่นน้อง สว เขียนใน fb เขียนดีจริงๆ เลยขอนำมาแชร์ที่นี่ค่ะ

ขอบคุณ ข้อมูลจากกลุ่มไลน์,รูปภาพ Google

Facebook Comments

415total visits,4visits today