ไสยศาสตร์มีจริงหรือไม่?? เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาหรือเปล่า

ไสยศาตร์คืออะไร . . . เกี่ยวข้องอย่างไรกับพระพุทธศาสนาหรือไม่?

ประเทศไทยเราจัดว่าเป็นเมื่องพุทธ มีชาวพุทธตามทะเบียนบ้านมากว่า 90% แต่คนพุทธบางส่วนในเมืองไทยนั้น กลับสับสนว่าอะไรเป็นหลักของพระพุทธศาสนา อะไรคือ ไสยศาสตร์

การสักยันต์ หรือการทำยันต์ที่ไว้แปะข้างฝา การที่พระท่านไปเขียนยันต์ตามหน้าบ้าน และอื่่นๆ อีกมากมาย หรือเป็นการท่องคาถาต่างๆ เป็นหลักของชาวพุทธหรือไม่

ในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธรูปปางไสยญาติ หรือพระนอน ไสย แปลว่า หลับ ไสยศาสตร์ จึงแปลว่า “ศาสตร์ที่ทำให้หลับ”

พุทธ แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พุทธศาสตร์ จึงแปลว่า “ศาสตร์แห่งผู้ที่ตื่นแล้ว”

ขึ้นอยู่กับตัวของเราว่าจะเรียนให้เป็นผู้ตื่น หรือเรียนให้เป็นผู้หลับดี

พุทธศาสตร์กับไสยศาสตร์ ตรงกันข้ามกัน เราควรศึกษาคือพุทธศาสตร์ แต่ก็มีเรื่องราวของไสยศาสตร์วนอยู่รอบตัวเรา ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจกับมัน ไสยศาสตร์ในเมืองไทยค่อนข้างที่จะอิทธิพลสูงก็คือ สายเขมร ไทยยกทัพไปตีเขมร พอได้กัมพูชามาก็ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องไสยเวท ไสยศาสตร์ จากทางกัมพูชา แม้แต่ตัวอักขระที่เราจารึกในพระไตรปิฎก ตั้งแต่โบราณมาก็ใช้อักษรขอม ก็คืออักษรเขมรนั้นเอง เราถือว่าเป็นอักขระที่ค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์เป็นอิทธิพลจากราชสำนักกัมพูชามาถึงไทย ในขณะนั้นแล้วก็มีสารพัดวิชา เช่น หมอผี เสน่ห์เล่ห์กล ทั้งยาแฝด ทั้งควายธนู ซึ่งในไสยศาสตร์เราแบ่งออกได้เป็นสองทางใหญ่

ไสยศาสตร์ของเขมร
1. สายขาว ทำให้เกิดเมตตามหานิยม วิชานะหน้าทอง ทำให้เกิดเมตตามหานิยมเป็นต้น หรือวานางกวัก หรือว่าคงกระพันชาตรีเพื่อป้องกันตัว อันนี้ยังเป็นไปในทางบวก

2. สายดำ ในทางลบ เช่น จะเสกหนังควายเข้าท้อง ปล่อยหุ่นขี้ผึ้งไปทำร้าย ปล่อยควายธนูไปทำร้าย คือเน้นไปในทางทำร้าย คือแบบลบ เราไม่ควรไปยุ่งเด็ดขาด

ถ้าเขาจะมาทำเราไม่ต้องกลัว ถ้าเราได้ศึกษาพุทธศาสตร์อยู่ในศีลในธรรมไม่มีวิบากกรรมเก่ามา เขาทำอะไรเราไม่ได้ ศีล ธรรมะ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสูงสุด จะเป็นเกาะแก้วคุ้มครองภัยให้เราเอง ซึ่งเรื่องนี้ในอดีตมีคนศึกษาเยอะกว่าปัจจุบัน และขุนโจรทั้งหลายมักจะมีวิชาพวกนี้ติดตัวทั้งนั้น พอศึกษาวิชาพวกนี้แล้วรู้สึกร้อนวิชา ว่าตัวเองแน่กว่าคนอื่น เก่งกว่าคนอื่น ก็เลยคิดจะไปเป็นโจร ถ้าไม่ศึกษาอาจจะไม่เป็นโจรก็ได้มันมีสองด้าน ทำให้ส่งผลถึงกัน และ กันเพราะเป็นโจรจึงทุ่มเทศึกษาเพื่อจะคุ้มครองตัว เป็นต้น

ตัวอย่าง เสือดำ ดังมากในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถ้าพูดถึงเสือดำในย่านสุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท รู้จักกันหมด เด็กร้องไห้พอบอกว่าเสือดำจะมาแล้วยังเงียบเลย แต่เขาก็เป็นขุนโจรที่พิเศษ บางคนถึงขนาดบอกว่าเป็นสุภาพบุรุษเสือดำ คือ ก่อนจะปล้นจะมีการปิดประกาศล่วงหน้าให้รู้ว่าจะมาปล้นวันไหน เวลาเท่าไร ที่ไหน บอกก่อนล่วงหน้า สมัยนี้คงเป็นไปไม่ได้คงโดนตำรวจจับ

สมัยก่อนสงครามโลก ตำรวจยังไม่แข็งแรงเท่าปัจจุบัน เพราะอยู่ในชนบท กำลังเจ้าหน้าที่ยังไปไม่ถึง และเวลาปล้นก็กำกับลูกน้องอย่างดีว่า อย่าทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ตรงจุดไหนย่านชุมชนมีเด็ก มีคนแก่ อยู่เยอะๆ ไม่ปล้น ตลาดสด เพราะกลัวคนเจอลูกหลง คนจะเสียชีวิต ต้องหลีกเลี่ยงการทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เรียกว่ามีจริยะของโจร แล้วก็ถึงเวลาจะปล้นตามเวลานัดหมายก็เอาถุงมา ยิงปืนขึ้นฟ้าก่อนสามนัด สมัยก่อนนั้นขี่ม้า พกปืน 2 กระบอก ลูกน้องตามมาเป็นขบวน แล้วก็เอาถุงไปทิ้งไว้หน้าบ้านคนรวย ๆ ตอนก่อนตะวันตกดิน ทุกคนก็เก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านกลัวเสือดำ พอเช้าตะวันจะขึ้น ก็มาเก็บถุง เจ้าของบ้านก็ต้องเอาทรัพย์มาใส่ไว้ในถุง ไม่ต้องบุกขึ้นบ้านเขา พังประตูเขา ไม่ต้องเอาปืนยิงเขา แค่เอาถุงไว้หน้าบ้าน แล้วเช้าก็มาเก็บ เหมือนกับเรียกค่าคุ้มครองมากกว่า เจ้าของบ้านก็เอาทรัพย์สินเงินทองตามเหมาะสม น้อยไปก็ไม่ได้ น้อยไปวันหลังมาเยี่ยมใหม่ ใส่ไว้ในถุง แล้วเขาก็มาเอาถุงไป มีไปแบ่งปันให้คนลำบากยากจนบ้าง แล้วกำชับลูกน้องทุกคนว่าห้ามลบกลัว ทำร้ายชีวิต หรือไปรังแกผู้หญิง ห้ามเด็ดขาด วิธีการปล้นเป็นอย่างนี้ เขาถึงเรียกว่าสุภาพบุรุษเสือดา

พอดังระเบิดตำรวจก็รู้สึกว่าถูกหมิ่นศักดิ์ศรี มีการตั้งค่าหัวหลายหมื่น หลายหมื่นสมัยก่อนเท่ากับสมัยนี้คือหลายล้าน สุดท้ายมีตำรวจมือดีมีวิชาขลังเหมือนกัน ชื่อ ขุนพันธรักษ์ราชเดช มีวิชาอาคมเหมือนกัน อาสามาปราบเสือดำ มีการดวลปืนกันหลายครั้ง เสือดำเองก็รอดไปได้ทุกครั้งเพราะมีวิชาอาคมดียิงไม่เข้า สุดท้ายเลยท้าดวล กันตัวต่อตัวที่ จ.ชัยนาท โด่งดังมาก ก็กินกันไม่ลงอีก ก็เลยตัดสินใจนัดคุยเจรจากันด้วยเกียรติของตำรวจ และเกียรติของเสือดำ ขุนพันธรักษ์ราชเดช ก็ขอร้องเสือดำว่าเลิกได้ไหมเป็นโจร แล้วจะไม่จับ

เรื่องเก่าก็ของให้แล้วกันไป แต่ขอให้เลิกเป็นโจรมาทำมาหากินจะได้เลิกรบกวนชาวบ้าน เพราะมันไม่ถูก ถ้ามาปล้นแบบนี้ตำรวจก็ปล่อยไม่ได้มันก็ต้องตามล้างตามผลาญ กันอย่างนี้ต่อไป เสือดำเรียกว่าใจนักเลงเหมือนกัน ตัดสินใจรับคำขอ สลายกองกำลัง ทรัพย์สินที่มีอยู่ก็แบ่งให้ลูกน้องกันไป ตัวเองไปบวช จนกระทั่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่วันศรีนวลที่กรุงเทพฯ แล้วก็มีชื่อเสียงโด่งดังทำประโยชน์ให้กับสาธารณชนมากมาย สร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน ช่วยเหลือชาวบ้าน เมื่อบวชแล้วก็ตั้งใจปฏิบัติ หลังบวชก็ตั้งใจทำความดี นั้นคือโจรสมัยก่อน ระดับที่เรียกว่าเสือต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่เกกมะเรกเกเร ทำร้ายเขา เขาไม่ทำกัน แต่อย่างไรก็ตามเป็นโจรดีเท่าไร อย่าเป็นเลย เพราะยังไงก็ยังมีวิบากกรรมตามมา

ดังนั้น ให้เรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันมีอยู่ แต่ว่าเราอย่าไปยุ่งกับมันดีที่สุด ถ้ามีวิชาแล้วมันจะร้อนวิชาอยากลอง ทำให้ความยับยังชั่งใจลดลง ไม่เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นอย่าไปหมกมุ่นกับวิชาพวกนั้นไม่เกิดประโยชน์ เราฝึกวิชชาที่สว่าง เป็นเหตุเป็นผลดีกว่า โดยเฉพาะการฝึกพุทธศาสตร์ การประพฤติปฏิบัติธรรมให้ประโยชน์สูงที่สุด และเป็นประโยชน์มากที่สุดกับตัวของพวกเรา

โดย พระมหา ดร.สมชาย ฐานวุฑฺโฒ

ที่มา Dmc.tv

Facebook Comments

132total visits,2visits today