ทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ตาย “ปุพพเปตพลี” ทานตกถึงผู้รับทุกๆ ครั้งที่ญาติอุทิศให้!!

ยถา วาริวหา ปูรา ปริปูเรนฺติ สาคร

เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ

ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสาครให้เต็มได้ฉันใด ทานที่ให้แต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ละไปแล้วฉันนั้น

(พุทฺธ) ขุ. ขุ. ๒๕/๑๐.

ที่ห้วงน้ำยังสาครให้เต็มได้นั้น หมายความว่า ทะเลนั้นกว้างใหญ่มากเมื่อเทียบกับแม่น้ำลำคลอง และหากคิดจะเอาปริมาณน้ำจากแม่น้ำลำคลองไปถมน้ำในทะเลแล้ว มันคงไม่มีทางเต็ม

หากแม่น้ำใหญ่หลายสายหลายสาขาที่เต็มล้นด้วยน้ำ ไหลบ่าลงทะเลพร้อมๆ กันและต่อเนื่องก็จะสามารถทำให้ปริมาณน้ำในทะเลสูงขึ้น หรือเต็มขอบฝั่งได้เช่นกัน.

ทานที่ให้แล้วย่อมสำเร็จแก่ผู้ละไปนั้น หมายถึง กุศลทานที่ผู้มีชีวิตอยู่อุทิศให้ผู้ที่ตายไปแล้ว โดยผ่านคนกลางคือผู้ทรงศีลธรรม เช่นพระสงฆ์เป็นต้น

ผลทานนั้นย่อมตกถึงผู้รับคือผู้ตายไปแล้วแน่นอน แต่ก็มีองค์ประกอบในการให้ทานคือจะต้องมีคุณสมบัติ 3 ประการ คือ
(1) ของที่จะให้ทานนั้นต้องบริสุทธิ์ คือไม่ผิกฎหมายและศีลธรรม
(2) ผู้ให้มีความดีใจ คือเต็มใจให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ
(3) ผู้ให้นั้นได้ของมาโดยสุจริตถ้ามีคุณสมบัติครบทั้ง 3 อย่างนี้ ถือว่าการให้ทานนั้นมีอานิสงส์มาก

ทะเลใหญ่ไม่เต็มด้วยน้ำ จากน้ำฝนเพียงหยดใดหยดหนึ่ง หรือจากแม่น้ำเพียงสายใดสายหนึ่ง แต่ทะเลใหญ่เต็มด้วยน้ำฝนทุก ๆ หยด เต็มด้วยน้ำจากทุก ๆ สาย ทุก ๆ สาขารวมกันฉันใด

อานิสงส์ของการถวายทานก็ตกถึงผู้รับทุกๆ ครั้งที่ญาติอุทิศให้ ฉันนั้น ไม่ว่าทานมากหรือทานน้อยก็ตาม…..

ภาพจาก www.84000.org

Credit : พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ ฉบับมาตรฐาน (โรงพิมพ์เลี่ยงเชียง) ที่มา #วัดเค้าสอน

Facebook Comments

2002total visits,3visits today