ความเรียบง่ายของเถ้าแก่อาณาจักร “หัวเหว่ย”น่าสนใจมาก..

รู้จักเถ้าแก่ผู้นำอาณาจักร “หัวเหว่ย” กันหน่อย

เขาทำกำไรมหาศาลจากต่างประเทศ, 6.6 ล้านๆ , จ่ายภาษีให้ประเทศจีน 1.6 แสนล้าน…แต่ใช้รถส่วนตัว ราคาไม่เกินคันละ 5 แสนบาท แถมเป็นรถมือสอง……..

“มีนักธุรกิจใหญ่ชาวจีนคนหนึ่ง” มักกล่าวกับพนักงานของเขาว่า ” เมื่อผมได้ชัยชนะมา 1 ครั้ง, ผมก็จะทำให้พ่อแม่พี่น้องญาติสนิท มิตรสหายของผม ได้กินข้าวเพิ่มอีก 1 ชาม, และยังจะบริจาคเงินส่วนหนึ่งให้เป็นความหวังของลูกหลานแรงงาน สามารถใช้เป็นทุนการศึกษา ให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือให้มากขึ้น, ……

เถ้าแก่คนนี้ชื่อ ” 任正非” หยิ่มเจี๊ยฮุย… เขาเป็นนักธุรกิจระดับ “หลาย..ล้านๆ” เป็นคนจีนที่ นานาชาติ ให้ความเคารพยกย่องว่า เป็นบุคคลแห่งปี, เป็นนักธุรกิจที่เป็นยิ่งกว่านักธุรกิจทั่วไป….

ปีนี้…วันที่ 16/4/2017 ผู้ก่อตั้งบริษัท “华为” หั่วอุ๊ย (หัวเหว่ย) ชื่อ “หยิ่มเจี๊ยฮุย” อายุ 72 ปี ได้เข้าแถวรอขึ้นรถแท็กซี่กลางดึกคนเดียว ที่สนามบินหงเฉียว ในเมืองเซี่ยงไฮ้ (มีคนแอบถ่ายรูปไว้ได้)… เมื่อภาพได้ถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนๆ ในโซเชี่ยล ได้แสดงการคารวะอย่างจริงใจกับท่าน, ในภาพถ่ายนั้น เห็นท่านกำลังลากกระเป๋าเดินทาง มือหนึ่งกำลังใช้โทรศัพท์ ในขณะที่ต้องเข้าแถวรอรถแท็กซี่ด้วยตัวเองเหมือนคนทั่วไป….

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีคนถ่ายภาพท่านไว้ เมื่อปี 2012 ก็เคยมีคนถ่ายรูปท่าน กำลังขึ้นรถขนส่งผู้โดยสารขึ้นเครื่องแบบจังๆ ท่านใส่เสื้อเก่าๆ หิ้วกระเป๋าที่เก่าจนเป็นสีเหลือง มีความนอบน้อมถ่อมตน และมารยาทที่งดงาม ทั้งๆ ที่เป็นเจ้าของนักธุรกิจระดับต้นๆ ของโลก , ที่ไม่ต้องใช้คนขับรถ ไม่ยอมใช้อภิสิทธิเกินคนทั่วไป

ทั้งๆ ที่เป็นนักธุรกิจใหญ่ถึงระดับนี้ แต่ทำไมไม่ใช้เส้นทางเดินของแขกผู้มีเกียรติ และไม่ต้องการใช้รถ “ลีมูซีน” แต่ยังอุตส่าห์เข้าแถวรอรถแท็กซี่ , หากแต่เบื้องหลังความเป็นจริง , ทุกคนรู้ว่า เถ้าแก่แห่งอาณาจักร “หั่วอุ้ย (หัวเหว่ย)” มีอุปนิสัยเช่นนายทหาร เขามักจะมีคำพูดติดปากอยู่ 3 คำ คือ….

1. ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
2. การแข่งขันคือต้นทุนอย่างหนึ่ง
3. ต้องช่วยเหลือสนับสนุนคนที่แข่งขัน (พนักงาน) อย่างยากลำบากตลอดเวลา…

เขายังห้ามลูกน้องบริการให้ความสะดวกต่างๆ เช่น เคยมีคนขับรถไปรับที่สนามบิน กลับถูกท่านตำหนิอย่างรุนแรง ด้วยคำพูดว่า “ลูกค้า” ต่างหาก จึงเป็นทั้งเสื้อผ้า, อาหาร, หรือบุพการีของเธอที่แท้จริง ….เธอควรจะใช้แรงกาย และ แรงใจ เอาใจใส่ให้กับลูกค้าทั้งหมด ! …..

“หยิ่มเจี๊ยฮุย” จนทุกวันนี้ ยังไม่เคยมีรถประจำตำแหน่ง , เพราะ เขาไม่ต้องการให้ “หั่วอุ้ย”(หัวเหว่ย) กลายเป็นกองทัพรถยนต์ (นั่นแสดงว่าบริษัทนี้ ใหญ่โตแค่ไหน)…

ในโลกของ “โซเชี่ยล” มีคำพูดคำหนึ่งที่กล่าวขานกันว่า หากประเทศจีน ไม่มี “อาลีบาบา” (ของนาย แจ๊กหม่า) ที่ค้าขายทางโซเชี่ยล จนเป็นระดับหนึ่งของโลก , ….หรือ ประเทศจีน ไม่มี“หัวเหว่ย” หรือไม่มีบริษัทอื่นๆ, หากเป็นเช่นนั้น บริษัท “หัวเหว่ย” จะโดดเด่นยิ่งใหญ่ได้แค่ไหน, เพราะไม่มีที่ให้เปรียบเทียบ ,

มีเรื่องที่น่าขำมากคือ คนทั่วไป ยังคิดว่า “หัวเหว่ย” ผลิตแค่ โทรศัพพ์มือถือ, แต่ไม่รู้ว่า “หัวเหว่ย”คือบริษัทที่ผลิต ” ติดตั้ง” เซต“สัญญาณโทรศัพพ์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเครือข่าย บริการอยู่ใน 150 ประเทศ, มี ประชากรโลกใช้บริการ
“หัวเหว่ย” อยู่ร่วม 2,000 ล้านคน….

ในเทคโนโลยีระบบ 4g ของ ยุโรป “หัวเหว่ย” เป็นรายแรกๆ ที่เข้าไปพัฒนาให้, ปัจจุบัน “หัวเหว่ย” มีสัดส่วนการลงทุน อยู่ในยุโรป ถึง 50% ….

ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ภายใน 15 ปี “หัวเหว่ย” ทำเงินจากทั่วโลก เข้าบริษัทได้ถึง 2.3 ล้านๆหยวน ในจำนวนนี้ เป็นเงินที่ได้จากต่างชาติถึง 70% …

ปี 2016 หัวเหว่ยได้รับรางวัลเกียรติยศชั้นสูงสุดจากประเทศจีน ในสาขา สินค้าคุณภาพ จาก กระทรวงเทคโนโลยี… ตั้งแต่

ปี 2013 เป็นต้นมา, “หัวเหว่ย” ได้รับรางวัลเกียรติยศมาแล้ว 700 รางวัล…..

ปัจจุบัน…มีสินค้าแบรนด์เนมในท้องตลาดไม่ต่ำกว่า 20 ยี่ห้อ ที่ประสบกับภาวะถดถอยทางการตลาด ไม่เว้นแม้แต่ “แอปเปิล” “แต่” ในขณะเดียวกัน,“หัวเหว่ย” กลับมีผลประกอบการเป็นบวก , โดยใช้ สโลแกน คำว่า “ใช้คุณภาพของผลิตภัณฑ์” รักษาชื่อเสียงของบริษัทเทียบเท่าชีวิต” รางวัลเกียรติยศที่ได้รับ
จึงเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ เป็นบทพิสูจน์ ในความสำเร็จของบริษัท “หัวเหว่ย”…. 

ต้องใช้ความสงบนิ่ง ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จึงจะมีอนาคตที่ยั่งยืนถาวร ดังเช่น “หยิ่มเจี๊ยฮุย” กล่าวไว้ว่า “ต้องไม่ทำให้ผู้บริโภคผิดหวัง” และ กระจายหุ้นของบริษัท 98.6% ให้กับพนักงานของบริษัท, ในขณะเดียวกัน “หัวเหว่ย” ก็ยัง
ไม่ให้บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ , เป็นบริษัทที่ไม่ยุ่งกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ , เพราะ “หยิ่มเจี๊ยฮุย” เห็นว่า ในโลกของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ , การทำกำไรมหาศาล, เกิดจากการปั่นตัวเลขเท่านั้น , ความจริง มนุษย์ในโลกนี้ ต้องเริ่มตั้งหลักจากกระดุมเม็ดแรกที่ลำบากก่อน , จึงจะค่อยๆหาเงินได้จากงานที่ทำกำไรตามมา… ซึ่งการปั่นเงินจากตลาดหุ้น , มันไม่สมเหตุสมผลกับการพัฒนาใดๆ เลย ,

ฉะนั้น เขาจึงไม่ยอมเอา “หัวเหว่ย” เข้าตลาดหลักทรัพย์ , แต่กลับนำหุ้น 98.6% กระจายให้พนักงานทุกคน , ทำให้ผู้ก่อตั้งอย่าง “หยิ่มเจี๊ยฮุย” มีหุ้นในชื่อตัวเองแค่ 1.4% เท่านั้น….

ความคิดที่ไม่เหมือนใครนี้ ทำให้พนักงาน“หัวเหว่ย” ทุกคน มีส่วนร่วมกับบริษัท เงินทุกๆ หยวน ที่เข้าบริษัท, เปรียบเหมือนทุกคนได้ส่วนแบ่งด้วย, ด้วยความคิดที่ใจกว้างนี้, ทำให้เขามีเกราะคุ้มกัน ข้างหน้า และแรงหนุนจากข้างหลัง…..

” หยิ่มเจี๊ยฮุย” เป็นถึงมหาเศรษฐี แต่กลับทำตัวเป็นเช่นคนธรรมดาสามัญ, ในวัย 72 ยังเข้าแถวรอขึ้นรถแท็กซี่ , ท่านทำตัวเหมือนเช่นคนงานในสายการผลิตคนหนึ่ง , ไม่เข้าสังคมที่ไร้สาระต่อธุรกิจ ไม่เข้าหานักการเมือง , และปฎิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมกับข้าราชการทุกระดับ, ในขณะที่ มีทรัพย์สินส่วนตัวมาก ระดับหมื่นล้าน (คูณด้วย5บาท) ขับรถมือ2 ราคาไม่เกิน1แสนหยวน (ประมาณ 5แสนบาท) ต่อมาความเก่าของรถ ทำให้สตาร์ทไม่ติด จึงได้เปลี่ยนไปซื้อรถ BMW 730i ราคาประมาณ 1 ล้านหยวน (ประมาณ 5 ล้านบาท) นั่นเป็นทรัพย์สินที่สิ้นเปลืองที่สุดของท่านแล้ว ..

ท่านเสียภาษีให้รัฐบาลจีนเต็มเม็ดเต็มหน่วย , ท่าน… นำเงินตราต่างประเทศเข้าจีน มากมายมหาศาล , ท่านกระจายหุ้นให้พนักงานทุกๆคน ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในบริษัท, ทำให้รัฐบาลจีน ยกย่องให้เป็น , นักธุรกิจดีเด่นแห่งชาติ ท่านชื่อ
มร. 任正非 หยิ่มเจี๊ยฮุย (เยิ่นเจิ้งเฟย)..  ผู้ก่อตั้ง บริษัท 华为 หั่วอุ้ย (หัวเหว่ย)..
เป็นบริษัทที่ได้รับรางวัลล่าสุดคือ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด จากกระทรวงเทคโนโลยีของจีน สินค้าของหัวเหว่ย กำลังจะครองโลกในเร็วๆ นี้ ด้วยคุณภาพ และปริมาณครับ……

แปล และเรียบเรียง โดย เจงเอี่ยม แซ่อึ้ง
黄振炎 14/7/2017

#จิตอัจฉริยะ นำเสนอและปรับพิสูจน์อักษรบางส่วน

Facebook Comments

366total visits,2visits today