วันหนึ่งเราก็ต้องแก่เหมือนกัน

เช้าตรู่ในวันเสาร์ ผมยังนอนขดอยู่บนเตียงไม่อยากจะลุกจากที่นอนหนาๆนุ่มๆเลย จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

“กลางวันนี้ พาหลานๆมากินก๋วยจั๊บที่บ้านแม่ดีไหม? แม่เตรียมขนมไว้ให้หลานๆเยอะแยะเลย!”

“แต่ผมสัญญากับเด็กๆว่าจะพาแกไปกินแมคโดนัลด์ ตอนสิบโมงนะครับแม่!” แม้จะบอกเหตุผลไปแล้วแต่แม่ก็ไม่ยอมแพ้ยังคงตื้อ ต่อ “เก็บตังค์ไว้ซื้อของอย่างอื่นดีกว่านะลูก ขับรถมาบ้านแม่ไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงแล้วนี่นา!”

ผมคิดในใจ “เด็กๆต้องเลือกไปกินเบอร์เกอร์ มากกว่ากินก๋วยจั๊บแน่ๆ”

พอลูกๆรู้ว่าคุณย่าโทรมาชวนไปกินข้าวกลางวันต่าง ก็พากับโบกไม้โบกมือ เจ้าลูกชายคนโตทำมือเป็นรูปกากบาท ส่วนเจ้าคน
รอง ทำนิ้วตัดไปที่คอหอย บอกเป็นนัยๆว่าตายแน่ๆ ผมเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ ผมเลยบอกกับแม่ไปว่า “เดี๋ยวผมปรึกษากับลูกๆก่อนนะแม่ ได้ผลยังไงเดี๋ยวผมจะโทรกลับนะครับ”

เสียงแต่ตอบกลับมาอย่างหงอยๆว่า “ได้จ้ะ”

เมื่อผมวางสายจากแม่ เด็กก็พากันแย่งพูด “ป๊า ไม่เอานะ พวกเราอยากไปกินเบอร์เกอร์ พวกเราไม่อยากกินก๋วยจั๊บ”
ผมบอกกับลูกๆว่า

“จุดหมายของคุณย่าไม่ได้อยู่ที่ก๋วยจั๊บนะลูก แต่คุณย่าอยากเห็นหน้าหลานๆต่างหากล่ะ” “แต่พวกเราเพิ่งไปบ้านคุณย่ามา เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เองนะครับพ่อ” ลูกชายคนรองเถียงผมหน้าง้ำหน้างอผมบอกกับลูกๆว่า

“วันหนึ่งเมื่อป๊าแก่ ป๊าก็จะโทรหาลูกๆอย่างนี้เหมือนกัน อาทิตย์นี้ลูกจะกลับบ้านไหม ป๊าเตรียมบาร์บีคิว ไว้ให้พวกแกย่างเยอะแยะเลยนะ ป๊ามีเค้กอร่อยๆให้หลานๆด้วย พาหลานๆมาเยี่ยมป๊านะ” หากลูกของป๊าตอบป๊าว่า ‘ที่ไหนๆก็มีเค้กขายนะพ่อ
วันนี้ผมไม่ว่างหรอก!’ ป๊าก็คงจะเสียใจ”

ลูกสาวคนเล็กรีบเข้ามากอดแขนผมและรีบบอกว่า “ไม่นะคะ หนูจะบอกป๊าว่าหนูว่างค่ะ” ผมจึงโทรไปบอกแม่ว่า กลางวันนี้เด็กๆจะไปกินก๋วยจั๊บฝีมือคุณย่า เสียงของแม่หัวเราะสดใสเหมือนเด็กๆ ได้ของเล่นที่ถูกใจ

10 โมงกว่า ผม ภรรยาและลูกๆก็ถึงบ้านแม่ ท่านทั้ง สองดีใจเป็นอย่างยิ่ง ผมและภรรยาเข้าครัวช่วยแม่ เตรียมอาหาร ส่วนเด็กๆก็ไปเล่นกับคุณปู่ ผมถามแม่ว่า อาการเจ็บแขนของแม่เป็นยังไงบ้าง?

“ไปหาหมอก็แค่ให้ยามากิน แต่ก็ยังเจ็บอยู่ เหมือนเป็นๆหายๆ อาการของคนแก่ แม่ทำใจละ”

ผมแอบมองหน้าแม่ แม่คงไม่ต้องการอะไรมากไป กว่าเห็นลูกหลานกับมากินข้าวด้วย ผมยังนึกเสียใจ ไม่หาย หากวันนี้ตัดสินใจไม่มา แม่จะรู้สึกยังไง?

ผมมองดูรอบๆครัว แม่ผมเป็นคนรักสะอาด แต่ดูเหมือนช่วงนี้ ห้องครัวจะมีฝุ่นเกาะอยู่หลายๆ ที่ ก้น หม้อและกระทะก็ดูไม่ขาวสะอาดเหมือนเมื่อก่อน ผมก็เลยเอาลงมาขัดให้สะอาดเหมือนเมื่อก่อน ขัดไปผมก็คิดไป

“แม่คงไม่มีแรงจริงๆ แม่เคยมือข้างหนึ่งอุ้มผมไว้ อีกข้างหนึ่งก็ผัดกับข้าวไปด้วย และแม่ก็เคยใช้สองมือนี้ เช็ดบ้านจนสะอาดสะอ้าน เมื่อสมัยแม่ยังสาว แม่เคยขับรถแท็กซี่ เป็นแท็กซี่หญิงไม่กี่คนของบริษัท แต่ตอนนี้แม่แก่แล้ว มือของแม่เริ่มไม่มีแรง แต่แม่ก็ยังทนเจ็บ เพื่อตระเตรียมอาหารไว้รอผมและหลานๆ ก็เพราะผมและหลานๆเคยบอกว่าชอบกิน”

จากเหตุการณ์ในวันนั้น ผมจึงบอกภรรยาและลูกๆว่า เราจะกลับมาทานข้าวบ้ายคุณย่า อย่างน้อยอาทิตย์ ละครั้งเพื่อไม่ให้คุณปู่และคุณย่าเงียบเหงาและเดียวดายจนเกินไป

ผมยังจำข้อความของคลีนิกทันตกรรมที่ผมไปทำฟันแห่งหนึ่งได้เสมอ “อย่าเอาแต่จำว่าฟันซี่แรกของลูกขึ้นมาเมื่อไหร่ แต่
กลับจำไม่ได้ว่า ฟันซี่สุดท้ายของพ่อแม่หมดไปเมื่อไหร่? ”

ที่มา : นุสนธิ์บุคส์

Facebook Comments

202total visits,1visits today